Norway – Denmark – Sweden
(3)
The Vigeland Park
อยู่ในเขตอุทยาน Frogner เป็นสวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้จัดแสดงงานประติมากรรมการแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิต และสำริดในหลากหลายอิริยาบถ
สร้างสรรค์โดย Gustav Vigeland ศิลปินชื่อดังชาวนอร์เวย์



ได้เวลาเตรียมตัวขึ้นเรือกัน จะเป็นของ Go Nordic Cruiseline เรือนี้จะเป็นเรือข้ามฟากเป็นกึ่งๆ เรือสำราญที่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกับเรือสำราญเลย
แต่อาจจะไม่หรูหราเท่า จะเน้นเป็นการพัก Overnight แบบข้ามคืนจากนอร์เวย์ ไปยังเดนมาร์ก เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางจาก ออสโล ไปยังโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก
ใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง


มารอคิวเช็คอินรับบัตร Cruise Card ซึ่งจะเป็นบัตรประจำตัวบนเรือของเราและเป็น Key Card สำหรับเข้าห้องพักด้วย ท่าเรือสำหรับขึ้นนั้นจะเป็น Oslo terminal ซึ่งก็อยู่ในเมืองใกล้ๆ กับ Opera House (พอเวลาเรือออกก็จะมองเห็น Opera House)

คำแนะนำ สำหรับเดินทางเรือข้ามฟากค้างคืนแบบนี้ ให้เตรียมกระเป๋าใบเล็กสำหรับใส่ข้าวของ เสื้อผ้า สิ่งจำเป็นหรับใช้งาน 1 คืน และให้โหลดกระเป๋าใบใหญ่ใต้ท้องเรือ เพราะห้องค่อนข้างเล็ก จะไม่มีพื้นที่สำหรับว่างกระเป๋าใบใหญ่หลายใบ


บริเวณ Reception บนเรือ


ห้องพักบนเรือจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก


เรือออกแล้วเวลาประมาณ 18.00 ห้องอาหารค่ำก็จะพร้อมให้บริการ


จะเป็นอาหารแบบฝรั่ง



เมื่อถึงโคเปนเฮเก้น เราก็จะได้รับกระเป๋าที่เราโหลดใต้ท้องเรือ

มาถึงโคเปนเฮเก้นแล้ว จะนอนเมืองนี้ทั้งหมด 4 คืน นอนที่ Imperial Hotel Copenhagen


ห้องพักกว้างขวาง เตียงนอนสบาย Facilities พร้อม และยังอยู่ใจกลางเมืองใกล้สถานีรถไฟ และสามารถเดินไปยังสวนทิโวลิได้ และเดินต่อไปยังถนนช้อปปิ้ง Stroget ได้


ค่ำนี้มาฝากท้องแถว นูฮาวน์ (Nyhavn) ชื่อนี้แปลว่าท่าเรือใหม่ แต่ความจริงแล้วท่าเรือนี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 แล้ว ร้านนี้ชื่อ Hammer
Starter จะเป็น สลัดแซลมอน

Main Course เป็น Fish & Chips

ปิดท้ายด้วยของหวาน


เช้าวันนี้จะออกไปเที่ยวอีกเมืองหนึ่งคือ เมืองเฮลซิงกอร์ (HELSINGOR) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลระหว่างช่องแคบของเดนมาร์ก-สวีเดน อยู่ห่างจากกรุงโคเปนเฮเก้นประมาณ 60 กม.

ไฮไลต์สำคัญของเมืองนี้คือ ปราสาทโครนบอร์ก (KRONBORG CASTLE) ปราสาทแห่งนี้สร้างมาเกือบ 500 ปี เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวยุโรปจากบทละครแฮมเล็ต วรรณกรรมชิ้นเอกของวิลเลียม เชคสเปียร์ ปราสาทโครนบอร์กเป็นผลงานชิ้นสำคัญของปราสาทในสถาปัตยกรรมเรอเนซองส์ ทางตอนเหนือของยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก UNESCO ในปี ค.ศ. 2000






หลังจากชมพระราชวังแล้วก็มาเดินเล่นในเมืองกัน ตรงท่าเรือใกล้พระราชวังจะมีรูปปั้น HAN (หรือ He ในภาษาอังกฤษ) แต่คนไทยเราก็จะเรียกกัน "นายเงือก" ถ้าที่โคเปนฯ มีรูปปั้นนางเงือกร้อยในน้ำที่เฮลซองกอร์นี้ก็จะมีรูปปั้น HAN อยู่ริมน้ำนี้ แต่เนื้อจะมันวาวจากเนื้อที่เป็นสแตนเลส เป็นผลงานการออกแบบของ Elmgreen & Dragset ในปี 2012 ความพิเศษของรูปปั้นนี้ก็คือ ทุกๆ ครึ่งชั่วโมงจะกระพริบตาได้!!!

เทียบให้ดูกับนางเงือกที่อยู่ที่โคเปน

เดินเล่นกันในเมืองต่อ

ถึงจะเป็นเมืองเล็ก แต่ก็พอมีร้านให้ช้อปปิ้งกันได้เพลินๆ อยู่

จากนั้นไปต่อกันที่เมือง Hillerød. ห่างจากเฮลซิงกอร์ ประมาณ 30 กม.
เมืองนี้จะมีชื่อเสียงจากการเป็นที่ตั้งของ ปราสาทเฟรเดอริคส์บอร์ก (FREDERIKSBORG CASTLE) ปราสาทที่งดงามในรูปแบบของสถาปัตยกรรมเรอเนซองส์ ในอดีตพระราชวังแห่งนี้ใช้เป็นที่ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนาและพิธีสำคัญอื่นๆ ของพระมหากษัตริย์อย่างเช่น พิธีราชาภิเษกและยังเป็นสถานที่เก็บของสะสม ตลอดจนผลงานศิลปะของเชื้อพระวงศ์ ภายในตกแต่งด้วยความวิจิตรอ่อนช้อยอร่ามตาด้วยสีทองตามแบบฉบับเรอเนซองส์ และมีห้องจัดแสดงกว่า 70 ห้อง ที่เปิดให้เข้าชม บนเพดานเกือบทั้งพระราชวังเป็นงานจิตรกรรมของจิตรกรที่มีชื่อเสียง อันแสดงถึงเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ บริเวณโดยรอบพระราชวังมีการตกแต่งสวนอันเขียวชอุ่มในแบบบารอค




ด้านในที่ตกแต่งด้วยศิลปะงดงาม



สวยไตล์บารอคด้านนอกปราสาท ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี



อีกเมืองที่อยากแนะนำให้มาชมของเดนมาร์กคือ เมืองรอสกิลด์ (ROSKILDE) ที่อยู่ห่างจากกรุงเคเปนฯ ประมาณ 35 กม. ที่อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก สิ่งสำคัญในเมืองนี้คือ มหาวิหารรอสกิลด์ (ROSKILDE CATHEDRAL) มหาวิหารแห่งแรกในแถบสแกนดิเนเวียที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบกอธิค และยังเป็นสุสานหลวงของพระราชวงค์เดนมาร์ก


ไฮไลต์อย่างหนึ่งของมหาวิหารนี้คือ “เสากษัตริย์” ซึ่งจารึกส่วนสูงพระวรกายของพระราชวงศ์ในยุโรป รวมถึงพระราชวงศ์ของไทยที่เคยเสด็จฯ เยือนมหาวิหารแห่งนี้ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นเพียงพระราชวงศ์เดียวจากประเทศนอกยุโรปที่ได้จารึกส่วนสูงพระวรกายบนเสากษัตริย์แห่งนี้


ด้านในวิหารนั้นใหญ่โตโอ่อ่ามาก ประดับประดาอย่างงดงาม แต่ก็ยังไม่เท่ากับในยุโรปกลาง อาจจะด้วยผู้คนแถบนี้นิยมความเรียบๆ



ชมด้านในแล้วก็มาชมด้านนอกกัน




แจกันสามใบขนาดใหญ่ รอสกิลด์จาร์ส (ROSKILDE JARS) ซึ่งสร้างเพื่องานเฉลิมฉลองครั้งที่ 1,000 ของเมือง

และอีกเมืองที่อยู่ใกล้โคเปนฯ แล้วสามารถเดินทางไปเที่ยวแบบเช้า เย็นกลับคือ มัลโม(Malmo) ,เมืองแห่งสวนสาธารณะและเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของสวีเดน

การเดินทางสู่มัลโมนั่นจะใช้เส้นทางผ่านสะพาน สะพานแขวนโอเรซุนด์ (ORESUND BRIDGE) สะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดของยุโรปรวม 12 กิโลเมตร ซึ่งมีส่วนเป็นสะพาน 8 กิโลเมตร และเป็นอุโมงค์ใต้ทะเล 4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการร่วมของทั้ง 2 ประเทศเพื่อเชื่อมเดนมาร์กกับสวีเดนเข้าด้วยกัน

มัลโม เมืองขนาดเล็กที่ได้ชื่อว่ามีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของสแกนดิเนเวีย

สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญคือ ปราสาทมัลโม (MALMO CASTLE) ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดย กษัตริย์อีริกแห่งปอมเมอเรเนียในปี ค.ศ. 1436 ก่อนที่พระเจ้าคริสเตียนที่ 3 แห่งเดนมาร์ก จะทรงโปรดให้มีการปรับปรุง ใหม่ในช่วงปี ค.ศ.1530 ซึ่งเป็นช่วงที่เมืองมัลโมยังอยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์ก เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านความปลอดภัยของเมืองทางด้านทิศตะวันตกเเละควบคุมการค้าขายทางเรือใน ช่องเเคบโอเรซุนด์



จัตุรัสสตูทอร์เยท (Stortorget Square)
จัตุรัสที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของมัลโม จัตุรัสแห่งนี้เรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามจากศตวรรษที่ 16 โดยกึ่งกลางลานคือรูปปั้นของ กษัตริย์คาร์ลที่ 10 กุสตาฟ (King Karl X Gustav) ส่วนบริเวณโดยรอบมีทั้ง
ร้านขายยาที่เก่าแก่ที่สุดของสวีเดน (Apoteket Lejone) ศาลากลางเมืองมัลโม และโบสถ์เซนต์ปีเตอร์


ที่มัลโมนั่นก็จะมีห้างสำหรับช้อปปิ้งที่ดีไซน์ด้านนอกนั้นเด่น น่าสนใจมาก คือ Emporia (Shopping Mall) มีสินค้าแบรนด์ต่างๆ ของทางสแกนดิเนเวียให้เลือกมากมาย

ต่อตอนที่ 4 ได้ที่ >>> สแกนดิเนเวีย นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน (4)
10 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้ชม 1821 ครั้ง