Norway – Denmark – Sweden
(2)
มาต่อกันวันที่ 2
วันนี้ช่วงเช้ามีหมอกลง 8 โมงกว่าแล้วแดดยังไม่ออก กว่าแดดจะออกก็ประมาณ 10 โมง ถึง 11 โมงเช้าเลย
เช้านี้มาเดินเล่นที่หน้าอ่าว ด้านหน้าศาลาว่าการเมืองออสโล หมอกลอยอยู่เหนือน้ำเบาๆ ให้บรรยากาศเหงาและหนาวจับใจทีเดียว แต่ยังพอได้เห็นแสงแดดลางๆ ก็อุ่นใจ

เช้านี้ฝากท้องไว้กับร้านสะดวกซื้อ


นอร์เวย์ก็เหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่ของในร้านสะดวกซื้อนั้นราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าต้องการราคาที่ย่อมเยาลงมาหน่อยอาจจะต้องไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ต

ด้วยภูมิศาสตร์ของออสโลที่เป็นอ่าวและมีเข้าล้อมรอบ ทำให้ถนนในเมืองนั้นจะมีทั้งเนินสูง เนินต่ำ การสัญจรทางเท้านั้นจะต้องใช้แรงค่อนข้างมาก
ก็เลยมีทั้งจักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้เช่า

เดินไปเดินมาสักพัก แดดก็เริ่มออกส่องกับกับใบไม้เปลี่ยนสีทำให้เห็นเมืองที่ออสโลที่สดใส เพราะแสงแดดนั้นหาได้ยากในฤดูแบบนี้(วันต่อมาไม่มีแดดเลยแม้แต่นิดเดียว)


โรงละครแห่งชาติ อายุ 100 กว่าปี

มาเที่ยวออสโลในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนี้ได้บรรยากาศโรแมนติกมาก



รถไฟเมืองวิ่งอยู่นอกเมืองก็จะอยู่บนพื้นดินปกติ ถ้าเข้ามาในเมืองแล้วก็จะมุดลงใต้ดินเพื่อความสะดวก


รถไฟเมืองวิ่งอยู่นอกเมืองก็จะอยู่บนพื้นดินปกติ ถ้าเข้ามาในเมืองแล้วก็จะมุดลงใต้ดินเพื่อความสะดวก นอกจากจะลงใต้ดินแล้ว ยังวิ่งขึ้นบนเข้าอีกด้วย


ภายในรถไฟนั้นก็สะอาดสะอ้านและกว้างขวางสะดวกสบาย

นั่งรถไฟจนมาถึงสถานีสุดท้ายของสาย T1 จะเป็นสถานี Frognerseterenจากสถานีนี้ ชาวออสโลจะใช้เป็นที่เริ่มกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า (Treking) ปั่นจักรยาน
หรือท่องเที่ยวธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก


รถไฟสายนี้ยังผ่านสถานี Holmenkollen ซึ่งเป็นลานลานกระโดดสกีฮอลเมนโคลเลน (Holmenkollen) ลานสกีแห่งนี้เป็นที่เล่นสกีของชาวนอร์เวย์มากว่า 100 ปีแล้ว
เป็นหนึ่งในสนามแข่งกระโดดสกีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก กับความสูงของแท่นกระโดดกว่า 60 เมตร




หลังจากลงจากเข้าแล้วก็กลับเข้ามาเดินเล่นในเมืองอีกรอบ วันนี้อากาศดีมากๆ


เชื่อหรือไม่ กรุงออสโลนี้อายุมากกว่า 1,000 ปี (เก่าแก่กว่ากรุงเทพฯ หลายเท่ามาก) หากมาเดินเล่นใจกลางเมือง ใกล้ๆ กับถานีรถไฟ Central จะมีรูปปั้นเสือ ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองกรุงออสโล อายุ 1,000 ปี




บ้านเมืองสะอาดเป็นระเบียบ แบ่งสัดส่วนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่างจะเป็นถนนรถ เลนจักรยาน ทางคนเดิน





อีกหนึ่งอย่างที่ชอบของเมืองแถบสแกนดิเนเวียนี้คือ สถาปัตยากรรมที่มีเอกลักษณ์ เรียบง่าย แต่บางครั้งก็สะดุดตา อดใจที่จะถ่ายรูปไม่ได้


และแน่นอนในวันที่อากาศดี แดดออกแบบนี้ ผู้คนก็จะออกมารับแสงแดดกันซึ่งเป็นสิ่งที่หายากในซีกโลกนี้


สำหรับท่านไหนที่เป็นแฟนศิลปินชาวนอร์เวย์ เอ็ดวัด มุงก์ (Edvard Munch) ใกล้ๆ กับโอเปร่าเฮ้าส์ของออสโลจะมีพิพิธภัณฑ์ MUNCH ที่รวบรวมศิลปะกว่า 40,000 ชิ้น
โดยรูปวาดที่สำคัญคือ "The Scream"


Opera House Oslo
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของออสโลเป็น Art Complex ที่เอาไว้จัดแสดงคอนเสิร์ตโอเปร่าและการแสดงบัลเลต์ ตัวอาคารยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพแวดล้อมโดยรอบของพื้นที่ที่โดดเด่น
คือก้อนน้ำแข็งในทะเลสาบที่อยู่ด้านหน้า Oslo Opera House ซึ่งในช่วงฤดูหนาว ทะเลสาบข้างหน้านี้จะแข็งตัวจนกลายเป็นผืนเดียวต่อเนื่องกับสเปซของตึกซึ่งทำให้ Oslo



เดินเรียบริมน้ำจากโอเปร่า เฮ้าส์ จะพบกับ ป้อมปราการอาเคร์สฮูส (Akershus Fortress) ต้นแบบของปราสาทของเอลซ่า และ แอนนา ในการ์ตูนเรื่อง Frozen ของ Disney



เดินมาเรื่อยๆ ก็จะกลับมาเจอกับศาลาว่าการเมืองอีกครั้ง

AUTUMN IN OSLO



ช่วงพระอาทิตย์ตกที่นอร์เวย์อีกวัน แสงกำลังสวยมาก




ต่อตอนที่ 3 ได้ที่ >>> สแกนดิเนเวีย นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน (3)
10 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้ชม 1805 ครั้ง